ค้นหา

บทความแนะนำ

Hotแมลงมีมากแค่ไหน แล้วทำไมจึงมีแมลงจำนวนมากมายนัก

ถ้าเหล่าแมลงรวมร่างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วตัดสินใจประกาศศึกกับเรา ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามนุษย์พ่ายแพ้แน่นอน แค่ต้องเผชิญกับจำนวนมหาศาลก็แพ้ย่อยยับแล้...

18 พ.ย. 2562 00:38 น. 63 ครั้ง

Hotตลาดหน้าบิ๊กซีรัชดา ตลาดเล็กๆ ที่มีของกินของใช้ให้...

เดินเล่นตลาดเล็กๆที่หน้าบิ๊กซีรัชดา กทม. ตลาดเล็กๆ ที่มีของใช้จุกจิ๊กสำหรับคนชอบช๊อปปิ้งเล็กๆน้อย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ข้าวของเครื่องเครื่องใช้ เสื้อ...

18 พ.ย. 2562 00:20 น. 0 ครั้ง

Hotตลาดน้ำขวัญเรียม วัดบำเพ็ญเหนือ วัดบางเพ็งใต้

Yimzone พาไปเที่ยวตลาดน้ำขวัญ-เรียม ที่วัดบำเพ็ญเหนือ วัดบางเพ็งใต้ กันครับ โดย ตลาดจะเปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 6.00 น. ...

17 พ.ย. 2562 20:41 น. 31 ครั้ง

Hotรีวิว ข้าวไข่เจียวหมูสับ แฮม ร้านอาหารในห้าง

พนักงานออฟฟิตๆ อย่างเรา บางครั้งการรับประทานอาหารมื้อกลางวันก็ต้องเร่งด่วนบ้าง ชิลๆบ้าง บ้างครั้งฝนฟ้า ก็ไม่เอื้ออำนวย กลายเป็นข้อจำกัดในอาหารมื้อกลาง...

17 พ.ย. 2562 20:37 น. 0 ครั้ง

Hotสมองเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย แล้วอาหารที่คุณกินส่งผ...

ถ้าดูดความชื้นทั้งหมดออกจากสมองของคุณและแยกส่วนตามองค์ประกอบสารอาหารพื้นฐาน สมองจะมีหน้าตาอย่างไร น้ำหนักของสมองที่เอาน้ำออกแล้วส่วนใหญ่มาจากไขมันห...

17 พ.ย. 2562 18:35 น. 28 ครั้ง
การลงทุนแบบเศรษฐี ตอนที่ 2
6 ต.ค. 2562 18:02 น.

การลงทุนแบบเศรษฐี ตอนที่ 2

เราทราบแล้วว่าเศรษฐีทั่วโลกนิยมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตามวัตถุประสงค์ของเงินแต่ละก้อน ในตอนนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการลงทุนในเงินก้อนเก็บซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่และสำคัญของเรา

หลายคนคงคุ้นหูกับประโยคที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง และ เสี่ยงน้อยได้น้อยเสี่ยงมากได้มาก แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนย่อมอยากได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด จึงเกิดคำถามว่าจะมีการลงทุนแบบไหนไหมที่เป็นแบบเสียงน้อยได้มาก การลงทุนแบบเสียงน้อยได้มากสามารถเป็นไปได้ โดยอาศัยกลยุทธ์การลงทุนแบบผสมผสาน ก่อนจะเจาะลึกถึงกลยุทธ์ เราต้องเข้าใจกันก่อนว่าความเสี่ยงในการลงทุนคืออะไร 

ความเสี่ยงในการลงทุนคือความผันผวนหรือความคลาดเคลื่อนของผลตอบแทนที่ได้ เทียบกับผลตอบแทนคาดหวังเช่น หากการลงทุนชนิดหนึ่งระบุว่ามีผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยมีค่าความเสี่ยงที่ 15% นั่นหมายความว่ามีโอกาส 7 ใน 10 ของการลงทุนให้ผลตอบแทนอยู่ในช่วงบวกลบ 15% กล่าวคือมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงถึง 10 + 15 เท่ากับ 25 เปอร์เซ็นต์หรืออาจขาดทุนได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนเศรษฐีหลายคนลองปรับกลยุทธ์การลงทุนเป็นแบบผสมผสาน โดยใช้หลักการจับคู่การลงทุนตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป โดยคาดหวังในการลงทุนทั้งสองประเภทช่วยกันสร้างผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง เช่นทุกครั้งที่ A ปรับลง B จะปรับขึ้นในขณะที่เท่ากันและหาก B ปรับลง A ก็จะปรับขึ้นในขณะที่เท่ากัน ดังนั้นหากเราแบ่งเงินเพื่อลงทุนใน A ครึ่งหนึ่งและ B ครึ่งหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปตามเส้นสีเขียว ในขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนจะถูกหักลบกันไปเป็นศูนย์ การลงทุนแบบผสมผสานสามารถกระจายการลงทุนได้โดยพิจารณาความเสี่ยงใน 4 มิติด้วยการประกอบไปด้วย 

1. มิติกลุ่มสินทรัพย์ สินทรัพย์แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะและความผันผวนที่ต่างกัน ดังนั้นการลงทุนที่ดี ควรกระจายไปตามสินทรัพย์ประเภทต่างๆเช่น ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้หรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
2. มิติภูมิภาค การลงทุนที่ดีควรมีการกระจายในเชิงประเทศหรือภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในประเทศใดประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งโดยเฉพาะ 
3. มิติผู้จัดการกองทุน อย่างที่เราทราบผู้จัดการกองทุนแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญในด้านที่แตกต่างกัน การลงทุนที่ดีควรมีการประสานความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุนที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้จัดการกองทุนรายได้รายหนึ่งลงทุนผิดพลาด 
4. มิติด้านเวลา นักลงทุนที่ดีจะทยอยลงทุนเพื่อเป็นการถั๋วเฉลี่ยต้นทุน โดยไม่ลงทุนครั้งเดียวด้วยเงินทั้งก้อน 

เมื่อเราทราบแล้วว่า เราควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ คำถามสำคัญอีกข้อคือ เราควรลงทุนในแต่ละสินทรัพย์มากน้อยแค่ไหน ปกติแล้วสัดส่วนของการลงทุนแต่ละสินทรัพย์นั้น จะขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทคนตามระดับความเสี่ยงออกได้เป็น 3 ประเภทคือ คนที่รับความเสี่ยงได้น้อย รับความเสี่ยงได้ปานกลางและรับความเสี่ยงได้สูง ซึ่งระดับความเสี่ยงที่รับได้จะเป็นตัวสะท้อนสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น

หากคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย คุณก็ควรเน้นไปที่สินทรัพย์ประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำเช่น ตราสารหนี้ ในขณะที่คุณสามารถเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทที่มีความเสี่ยงสูง หากคุณรับความเสี่ยงได้มาก 

จากสถิติการลงทุนย้อนหลัง 10 ปีจะเห็นว่า หากเราเลือกลงทุนแบบรับความเสี่ยงได้ปานกลางเราจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 8.1% ซึ่งต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นเพียง 1.6% ในขณะที่เราสามารถลดความเสี่ยงของพอร์ตได้เหลือเพียง 67% 

ถึงตรงนี้จะเห็นว่า การเศรษฐีที่มีฐานะมั่นคงและใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพได้นั้น เพราะเขารู้จักการจัดการกับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เศรษฐีรู้จักที่จะแบ่งเงินของตัวเองออกเป็น 3 ส่วนตามวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการจัดการเงินแต่ละก้อน 

เศรษฐียังรู้จักการกระจายการลงทุนในเงินก้อนเก็บ ไม่ให้กองอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงซึ่งคำนึงครอบคลุมทั้ง 4 ด้านและสุดท้าย เศรษฐียังเลือกที่จะกำหนดสัดส่วนของการลงทุนในแต่ละประเภทตามระดับความเสี่ยงที่เขารับได้ 

หากเราลองนำหลักการของเศรษฐีมาประยุกต์ใช้ จะทำให้เราลงทุนได้แบบเสี่ยงน้อยได้มาก แล้วเราก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ใจหวังกับคนที่เรารักได้อย่างมีความสุข
 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ

รีวิว เนื้อย่าง ตลาดรถไฟรัชดา

25 ต.ค. 2562 00:10 น. 0 ครั้ง

วันนี้ขณะที่พักผ่อนตามปกติในวันหยุด ก็นึกอยากกินเนื้อย่างตลาดนัดไฟรัชดา หลังจากพ่ายแพ้ความยาก เลยจำเป็นต้องเดินทางจากที่พัก ไปตลาดรถไฟรัชดา ซึ่งที่พัก...

ความดันเลือดทำงานอย่างไร

7 ก.ย. 2562 12:46 น. 135 ครั้ง

ถ้าคุณเอาหลอดเลือดทั้งหมดในร่างกายมาเรียงต่อกันจะยาว 95,000 กิโลเมตร ทุกๆวันหลอดเลือดลำเลียงเลือดกว่า 7,500 ลิตร แม้ว่าอันที่จริงก็คือเลือกจำนวน 4-5 ล...

ทำไมเราถึงสะอึก การสะอึกมีประวัติการเป็นมาอย่างไร และมีวิธีรักษาได้หรือไม่

25 ต.ค. 2562 00:11 น. 4 ครั้ง

ชาร์ลี ออสบอน เริ่มสะอึกในปี ค.ศ. 1922 หลังจากที่หมูตอนล้มลงใส่เขา เขาไม่ได้รับการรักษาให้หายจนกระทั่งอีก 68 ปีต่อมา และตอนนี้กินเนสบันทึกให้เป็นผ...